31/1/57

เมื่อสื่อ(การเรียนรู้)ไม่สมบูรณ์

สวัสดีค่าผู้อ่านทุกท่าน :)
บทความนี้จะต่อเนื่องจากบทความที่แล้วนะคะ
ซึ่งแป้งได้เขียนเกี่ยวกับการวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของชุดสื่อการสอน
ในเมื่อเราทราบจุดบกพร่องของชุดสื่อที่มีแล้ว
วันนี้เราจะมาลงมือปรับปรุงสื่อกันค่ะ ตามไปดูกันเลย...
 


ชุดสื่อ "Bingo Elements" เป็นชุดสื่อที่สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และใช้ในการเรียนการสอนได้โดยมีครูผู้สอนเป็นผู้ควบคุม แต่ความบกพร่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนของสื่อชุดนี้ คือสามารถใช้งานได้ดีเพียงอย่างเดียวคือใช้สื่อในขณะที่มีผู้สอนควบคุมหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งหากนำมาศึกษาและเรียนรู้ด้วยตัวเองอาจไม่ค่อยเข้าใจมากนัก เนื่องจากยังขาดส่วนประกอบที่สำคัญไปคือส่วนให้ความรู้ ดังนั้นวันนี้แป้งจึงนำสื่อชุดนี้มาปรับปรุงเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ
สำหรับขั้นตอนการปรับปรุงสื่อก็ไม่ยากเลยค่ะ ซึ่งเมื่อเราได้วิเคราะห์มาแล้วยิ่งทำให้ง่ายต่อการปรับปรุงมากๆ ตามที่กล่าวไปข้างต้นแล้วนะคะว่าแป้งจะปรับปรุงในส่วนการให้ความรู้และรูปแบบการใช้งาน เพราะจากการวิเคราะห์ในบทความที่แล้ว ส่วนของกิจกรรมไม่มีปัญหาค่ะ ผู้จัดทำได้ออกแบบกิจกรรมมาเหมาะสมดีแล้ว สามารถใช้งานได้ดีทีเดียวเลย ว่าแล้วก็มาเริ่มการปรับปรุงสื่อเลยดีกว่านะคะ

 
อุปกรณ์ที่เราต้องใช้ค่ะ
จากรูปจะเห็นได้ว่าเราใช้อุปกรณ์ทั่วไปเลยค่ะ กรรไกร คัตเตอร์ กาว กระดาษแข็ง สติ๊กเกอร์ใสค่ะ

 
แป้งเริ่มต้นจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเนื้อหาของสื่อก่อนค่ะ ซึ่งสื่อชุดนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับตารางธาตุ อยู่ในกลุ่มสาระวิชาวิทยาศาสตร์ของระดับชั้นมัธยมปลายค่ะ แป้งรวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ แล้วสรุปออกมาให้สามารถอ่านได้ง่าย ทำเป็นใบความรู้ให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากทำใบความรู้ แป้งก็ยังทำตารางธาตุเพิ่มเติมให้ด้วยเพื่อให้ผู้เรียนสามารถทบทวนได้ด้วยค่ะ

เมื่อได้ส่วนเนื้อหาที่ต้องการแล้วก็นำเนื้อหาที่ได้มาจัดวางตามแบบในรูปเลยค่ะ ตัดตามขนาดของข้อความและรูปภาพ แล้วใช้สติ๊กเกอร์ใสติดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ตอนแรกที่คิดเรื่องการปรับปรุงตั้งใจจะนำไปเคลือบแข็ง แต่เจอมากับตัวเองตลอดเวลาเคลือบแข็ง งานจะชอบหัก เลยเปลี่ยนเป็นใช้สติ๊กเกอร์ใสติดแทน งอได้ ม้วนได้ ไม่ฉีกขาด กันน้ำด้วยนะคะ สารพัดประโยชน์เลย ใช้งานสะดวกมากๆ

 




ในส่วนเนื้อหาก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อไปเป็นการปรับปรุงภายนอกของสื่อ แป้งได้ทำกล่องสำหรับใส่หมายเลขธาตุ และตัววางบิงโกเพิ่มเติม เนื่องจากของเดิมไม่มีกล่องค่ะ อาจทำให้ชิ้นส่วนสูญหายได้ และทำซองสำหรับเก็บใบงานและใบความรู้เพื่อให้ง่ายต่อการจัดเก็บ สุดท้ายก็เพิ่มความสวยงามด้วยการทำชื่อสื่อใหม่ติดบนหน้ากล่อง ก็เป็นอันสิ้นสุดภารกิจการปรับปรุงชุดสื่อการเรียนรู้ "Bingo Elements" แล้วค่ะ







เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับการปรับปรุงสื่อแบบง่ายๆ แต่ใช้งานได้จริง :)

สำหรับชุดสื่อการสอนไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหนก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอยู่เสมอนะคะ เพราะสื่อเหล่านี้ถูกผลิตและออกแบบขึ้นเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการและความแตกต่างทางการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน จึงจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้เรียนได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งในการเรียนรู้แบบในห้องเรียนและการศึกษาด้วยตัวเองค่ะ

**หากอ่านมาถึงจุดนี้แล้วยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปรับปรุงสื่อ ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นตรงไหน อย่างไร แป้งแนะนำว่าให้กลับไปอ่านบทความก่อนหน้านี้ก่อนนะคะ เพราะหากเราวิเคราะห์ยังไม่เป็น หาจุดบกพร่องของสื่อเราไม่ได้ เราก็จะไม่สามารถปรับปรุงสื่อให้มีประสิทธิภาพได้ค่ะ**



  
แล้วพบกันใหม่บทความต่อไปนะคะ
สวัสดีค่ะ :)




3/1/57

เรียนสนุก เล่นสนุกไปกับชุดสื่อการสอน


สวัสดีค่ะผู้อ่านที่น่ารัก วันนี้เราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง
หลังจากที่แป้งหายไปจากการเขียนบล็อกเลยพักหนึ่ง
สำหรับวันนี้ แป้งขอนำเสนอบทความที่เกี่ยวกับชุดสื่อการสอน 
บทความในนี้อาจจะดูมีสาระมากกว่าบทความที่ผ่านมานะคะ
ซึ่งแป้งบอกได้เลยว่า เป็นบทความที่มีประโยชน์แน่นอน
ตามไปอ่านกันเลยค่ะ...
 


ชุดสื่อการสอน
"Bingo Elements"







ชุดสื่อการสอนชุดนี้ เป็นสื่อสำหรับรายวิชาเคมี ใช้สำหรับการสอนในเรื่องตารางธาตุ ภายในกล่องประกอบด้วยอุปกรณ์ดังต่อไปนี้





1. คู่มือการใช้สื่อ

 
2. ใบงานตารางธาตุ


3. ฉลากหมายเลขธาตุ




4. แผ่นตาราง Bingo Elements



วิธีการใช้สื่อชุดนี้ ตามคู่มือนะคะ
1. ครูผู้สอนแจกตาราง Bingo Elements , ใบงาน และฝาสำหรับวางคนละ 1 ชุด
2. ให้นักเรียนสุ่มหยิบฉลากขึ้นมาหนึ่งใบ ซึ่งฉลากที่หยิบขึ้นมานั้นจะเป็นฉลากที่บอกหมายเลขอะตอมของธาตุให้รู้ว่าคือธาตุตัวใด
3. เมื่อรู้ว่าธาตุที่ได้นั้นคือธาตุใด ให้นักเรียนดูแผ่นตารางของตนเองว่ามีธาตุตัวนั้นอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้วางฝาลงบนช่องธาตุนั้น
4. นักเรียนทุกคนทั้งที่ได้วางฝาและไม่ได้วางฝา จะต้องเขียนคำตอบเกี่ยวกับธาตุที่จับฉลากได้ลงในใบงานให้เสร็จภายใน 1 นาที
5. เล่นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีผู้ชนะ แล้วพูดดังๆ ว่า "Bingo" และต้องตอบคำถามในใบงานจนครบถูกต้องทุกข้อ ถือเป็นการจบเกมในแต่ละรอบ

จากวิธีการใช้งาน ผู้อ่านมองเห็นอะไรบ้างไหมคะ สื่อมีความสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด พบข้อดี/ข้อเสียตรงส่วนไหนบ้าง เรามาวิเคราะห์สื่อไปพร้อมๆ กันเลยนะคะ

ความสมบูรณ์ของสื่อ

--> มีสิ่งเร้า ตัวกระตุ้น ตอบสนองต่อความแตกต่าง
สื่อชุดนี้เป็นสื่อที่สามารถกระตุ้นผู้เรียนได้ เนื่องจากผู้เรียนสามารถเล่นได้ทุกคน ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อตามแบบวิธีเดิมๆ ที่สอนเพียงแค่เนื้อหา แต่ไม่มีกิจกรรมให้ผู้เรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้เรียนมา ซึ่งก็ตอบสนองต่อความแตกต่างระหว่างผู้เรียนได้ เพราะการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเรียนรู้ได้ดีเพียงแค่การได้รับเนื้อหาสาระมา แต่บางคนจำเป็นต้องมีการประยุกต์ใช้จึงจะก่อให้เกิดความเข้าใจและเรียนรู้ได้ดี

--> บอกวัตถุประสงค์หรือปลายทางของสื่อ
สื่อชุดนี้มีคู่มือการใช้งานมาให้ แต่เมื่อได้ศึกษาข้อมูลในคู่มือการใช้กลับไม่ได้บอกถึงวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนว่าเป็นสื่อที่ผลิตมาเพื่ออะไร หรือใช้สำหรับการเรียนของผู้เรียนในระดับไหน ในการนำไปใช้อาจทำให้ผู้เรียนบางระดับที่ใช้งานสื่อเกิดความไม่เข้าใจ เพราะเนื้อหาของสื่อไม่ตอบสนองต่อสิ่งผู้เรียนเรียนต้องการ

--> มีเนื้อหากิจกรรมที่หลากหลาย
สื่อชุดนี้เป็นสื่อที่มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจง เป็นเรื่องของตารางธาตุในรายวิชาเคมีเท่านั้น จึงไม่มีความหลากหลายของเนื้อหามากนัก นำไปประยุกต์ใช้กับรายวิชาอื่นค่อนข้างยาก

--> มีการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน
จากการที่ได้ลองเล่นและศึกษาสื่อ พบว่าสื่อชุดนี้ไม่ได้ให้เพียงแค่ความสนุกสนานเพลินดเพลินเท่านั้น ในส่วนของใบงานคือส่วนที่ใช้ในการติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน เพราะทุกครั้งที่จับฉลากหมายเลขธาตุ ผู้เรียนทุกคนต้องเขียนธาตุตัวนั้นลงในใบงานและต้องเขียนรายละเอียดพื้นฐานของธาตุตัวนั้นด้วย เป็นการทดสอบความเข้าใจในการเรียนของผู้เรียนได้อีกวิธีหนึ่ง

--> ให้ข้อมูลย้อนกลับ
สื่อชุดนี้ยังขาดในส่วนการแสดงความเห็นจากผู้เรียน เนื่องจากเป็นการเล่นเกมทำให้ผู้เรียนมุ่งความสนใจไปที่การเล่นและการตอบคำถามในใบงาน ครูจึงไม่สามารถรู้ได้ว่าสื่อชุดนี้เป็นอย่างไร หรือกิจกรรมนี้เมื่อผู้เรียนได้เล่นแล้วรู้สึกอย่างไร ตอบสนองความต้องการทางการเรียนมากน้อยเพียงใด

ข้อดี 
  • เป็นสื่อที่ให้ความเพลิดเพลินในการเรียน ช่วยให้การเรียนในเรื่องที่น่าเบื่อได้รับความสนใจากผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
  • เป็นสื่อที่ทำให้ผู้เรียนสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้พร้อมๆ กัน ทีละหลายๆ คน ซึ่งจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและส่งเสริมกิจกรรมกลุ่มให้แก่ผู้เรียน 
  • ในขณะที่เล่นเกมผู้เรียนต้องตอบคำถามในใบงานซึ่งมีเวลาจำกัด จึงต้องกระตุ้นตนเองให้สามารถตอบคำถามได้ทันเวลา
ข้อเสีย
  • เป็นสื่อที่มีเนื้อหาเฉพาะเจาะจงเกินไป สื่อไม่สามารถนำไปใช้กับรายวิชาอื่นได้
  • อุปกรณ์สื่อไม่คงทน ชำรุดเสียหายได้ง่าย
ข้อเสนอแนะ
--> ควรมีการปรับปรุงอุปกรณ์สื่อให้มีความคงทน ใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ควรแบ่งเนื้อหาในการเล่นเกมเป็นระดับๆ หรืออาจะแบ่งตามประเภทหรือลักษณะของธาตุ เพื่อให้สามารถใช้งานได้หลายครั้ง และสามารถติดตามทางการเรียนของผู้เรียนได้ง่ายกว่า ผู้เรียนเองก็จะสามารถจัดการความรู้ของตนเองได้ และควรมีแบบทดสอบก่อน-หลังเรียนเพื่อเป็นการประเมินผู้เรียนด้วย


เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การวิเคราะห์ชุดสื่อการสอนแบบง่ายๆ ที่ผู้อ่านก็สามารถทำได้ ซึ่งการวิเคราะห์เพื่อนำมาปรับปรุงอยู่ตลอด ถือว่าเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างมาก เนื่องจากสื่อควรได้รับการปรับเนื้อหาให้ทันสมัย และดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมสำหรับการใช้งานอยู่เสมอ ชุดสื่อการสอนที่ดีต้องเป็นสื่อที่มีเนื้อหาครอบคลุมและตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนในเรื่องของความแตกต่างในด้านการเรียนรู้ด้วย อีกทั้งยังต้องเหมาะสมกับวัยหรือระดับการเรียน เพื่อไม่ให้ผู้เรียนเกิดความสับสนในเนื้อหา เพียงเท่านี้เราก็สามารถนำชุดสื่อการสอนมาใช้ร่วมกับการเรียนได้ เพื่อให้ผู้เรียนของเรา "เรียนสนุก เล่นสนุกไปกับชุดสื่อการสอน" ได้อย่างไม่รู้สึกเบื่อนะคะ




..แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป
สวัสดีค่ะ :)




23/11/56

รู้จักตนเองเพื่อการเรียนรู้ที่ดี

สวัสดีค่ะผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน 
และแล้วเราก็ได้พบกันอีกนะคะ :)

..มีใครเคยลองนั่งคิดกันบ้างไหมคะ 
ว่าตัวเรานั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง 
แล้วกว่าที่เราจะสามารถทำสิ่งต่างๆ นั้นได้ 
เราต้องเรียนรู้อย่างไรกว่าจะทำได้สำเร็จ.. 



"ธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนมีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน
คนที่จะสามารถเรียนรู้ได้ดีต้องรู้จักมองตัวเองให้เป็น"

การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แป้งเป็นคนหนึ่งที่ชอบเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัว ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งต่างๆนั้น เราต้องมองมาที่ตัวตนของเราก่อนว่าเราสามารถทำสิ่งไหนได้ดี และสิ่งไหนคือจุดอ่อนที่ต้องเพิ่มเติมและแก้ไข 

แป้งชอบอ่านหนังสือค่ะ เวลาสนใจเรื่องไหน หรือมีเรื่องที่ไม่เข้าใจ แป้งจะเริ่มจากการอ่าน โดยปกติแล้วแป้งจะชอบอ่านหนังสือในเวลากลางคืนค่ะ มักจะเป็นเวลาช่วงเที่ยงคืน-ตีสอง เคยลองอ่านมาหลายช่วงเวลาค่ะ แต่รู้สึกด้วยตัวเองว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเรา จะเป็นช่วงที่สมองตื่นตัวโดยอัตโนมัติ พอเกินเวลาตีสองก็จะง่วง ต้องไม่ฝืนค่ะ เพราะถ้าฝืนก็ไม่มีทางอ่านแล้วเข้าใจ เหมือนเป็นแค่การมองผ่าน อ่านเพื่อให้เข้าใจกับอ่านแล้วจำต่างกันนะคะ การอ่านแล้วจำก็จะจดจำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่ถ้าเราอ่านแล้วทำความเข้าใจจะทำให้เราจดจำได้อย่างอัตโนมัติและจะไม่ลืมสิ่งที่อ่านค่ะ

สำหรับการทำงาน แป้งสามารถทำงานได้ดีในช่วงเวลาสี่ทุ่ม-เที่ยงคืนค่ะ เป็นช่วงก่อนการอ่านหนังสือนั่นเอง เนื่องจากว่าเป็นคนนอนดึก เลยชอบทำงานตอนดึกๆ เคยลองทำงานหลังจากเลิกเรียน กลับมาถึงห้องก็นั่งทำเลย แต่ไม่ไหวค่ะ เหมือนเราเพลียจากการเรียนทั้งวัน จะรู้สึกง่วงมากๆ เลยต้องปรับเปลี่ยนวิธีใหม่ คือกินข้าวให้เรียบร้อย พักผ่อนสมอง พักร่างกายให้หายเหนื่อย วันไหนเพลียมากๆ แล้วมีหนังสือที่ต้องอ่านหลังจากทำงาน ก็จะนอนเลยค่ะ แล้วจะตื่นได้แบบอัตโนมัติ เพื่ออาบน้ำแล้วก็นั่งทำงาน แต่ถ้าวันไหนไม่ต้องอ่านหนังสือ ไม่มีเรื่องที่ต้องทบทวน ก็จะพยายามทำงานให้เสร็จก่อนเที่ยงคืน หลังจากนั้นจะต้องรีบนอน เพราะถ้านอนไม่พอ ตอนเรียนจะปวดหัวมากๆ แล้วจะทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่

ในวันหยุดแป้งจะนอนให้พอ การนอนให้พอสำหรับแป้งคือเมื่อเราตื่นมาแล้วเราจะไม่รู้สึกง่วงอีก ไม่ปวดหัวเลย โดยปกติแล้วถ้าวันหยุดมีงานค้างที่ต้องทำให้เสร็จ ถ้าตื่นเช้าก็จะทำให้เสร็จก่อนเที่ยง แล้วช่วงบ่ายก็พัก ถ้างานไม่เสร็จก็ทำต่อ หรือถ้าวันไหนตื่นสายก็จะเริ่มทำงานช่วงบ่ายเลย ไม่รู้ว่ามีใครเป็นแบบแป้งไหม เวลาทำงานแล้วคิดงานไม่ออก ยิ่งคิดยิ่งสับสน บางครั้งถึงกับเครียด แป้งต้องหยุดทำเลยค่ะ แล้วเปลี่ยนมาทำสิ่งที่่ช่วยให้เราผ่อนคลาย ซึ่งแป้งมักจะนั่งวาดรูป ระบายสี หรืออะไรก็ตามแต่ที่เป็นงานศิลปะ จะช่วยให้รู้สึกดีมากขึ้น เหมือนเราได้ระบายสิ่งที่สับสนลงในกระดาษ หลังจากนั้นสมองจะสามารถทำงานได้ดีเหมือนเดิม

การพูดคุยและการฟังก็เป็นวิธีที่จะช่วยทำให้แป้งสามารถเรียนรู้ได้ดี ทุกครั้งเวลาจะสอบแป้งมักจะแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ใครอ่านเรื่องไหนเข้าใจแล้ว ก็จะมาอธิบายเพื่อนๆ ยิ่งเราแลกเปลี่ยนกันมากก็ช่วยให้เข้าใจได้มาก ส่งผลดีต่อทั้งตัวเราและเพื่อนนะคะ เราสามารถแลกเปลี่ยนความรู้กันได้ตลอดเวลา ไม่ได้จำเป็นที่จะต้องทำแค่ช่วงสอบ วิธีนี้นอกจากจะได้ความรู้แล้ว ยังทำให้เรารู้จักเพื่อนหรือคนรอบตัวมากขึ้นด้วยค่ะ เพราะการพูดจะแสดงออกถึงอะไรหลายๆ อย่าง บางครั้งตัวผู้พูดเองก็ไม่ทันรู้ตัว ถ้าคนฟังรู้จักสังเกตจะรับรู้ได้นะคะ

อีกหนึ่งวิธีสำคัญที่ทำเป็นประจำ คือการจดบันทึกค่ะ เป็นคนที่ชอบอ่านแล้วก็ชอบเขียน ไปไหนมาไหนจะมีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ติดกระเป๋าไว้ตลอด ยิ่งถ้าเป็นการอ่านแล้วเขียนสรุป ก็จะเข้าใจมากขึ้นไปอีกนะคะ เพราะเป็นการสรุปความคิดด้วยตัวเราเอง จะทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ สามารถนำกลับมาอ่านซ้ำๆ ได้โดยไม่ต้องใช้เวลามากเหมือนในการสรุปครั้งแรกอีกด้วย ที่สำคัญเลยคือเวลาจดบันทึกต้องใช้ปากกาหลายๆ สีค่ะ จะช่วยในการจำมากยิ่งขึ้น วาดรูปด้วยก็ได้ อะไรก็ตามที่มองเห็นเป็นรูปธรรมมากกว่า จะทำให้เข้าใจง่ายกว่าค่ะ

และสุดท้ายนี้ เป็นสิ่งที่จะลืมไม่ได้เลยคือเรื่องของเวลา อย่างที่ได้กล่าวไปบ้างแล้วว่าเราต้องหาเวลาที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ในรู้แบบต่างๆ ของตัวเราเองให้ได้ เพราะเวลาที่เหมาะสมกับสภาวะของร่างกาย จะทำให้การเรียนรู้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ 

"การเรียนรู้ตลอดชีวิต 
คือการเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา 
สิ่งต่างๆรอบตัวเราให้ถือว่าเป็นครู"

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับการเรียนรู้และวิธีการของแป้ง เมื่ออ่านจนจบแล้วมองเห็นอะไรกันบ้าง แป้งเพียงอยากจะบอกว่าการทำความรู้จักกับตัวเราเองนั้นไม่ใช่เรื่องยาก การทำความรู้จักกับตัวเองก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้อย่างหนึ่ง แค่ลองมองจากสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราเป็น อะไรคือตัวเรา เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ที่ดีได้แล้วค่ะ อย่าลืมนำไปลองปรับใช้กันดูนะคะ


..แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป
สวัสดีค่ะ :)

 

8/11/56

เติบโตและก้าวเดิน

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อกนี้
จะด้วยความตั้งใจหรือความบังเอิญก็แล้วแต่
ซึ่งเมื่อเราได้พบกันแล้ว เราก็ต้องมาทำความรู้จักกันนะคะ :D





..เด็กผู้หญิงธรรมดา.. 



เด็กน้อยคนนี้คือใครกันหนอ.. เดาไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ นี่คือ "แป้ง" เองคะ 
ใครๆ ก็มักจะบอกว่าตอนเด็กแป้งเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย

เด็กต่างจังหวัดที่บังเอิญสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ บ้านอยู่ที่ลำพูนค่ะ การใช้ชีวิตที่บ้านนั้นแสนจะเรียบง่าย ต่างจังหวัดไม่มีอะไรเยอะแยะให้วุ่นวายใจเหมือนเมืองใหญ่ๆ แบบกรุงเทพฯ รถไม่ติด อากาศไม่ร้อน ฝุ่นน้อย สภาพแวดล้อมรอบตัวก็ดี ยิ่งอยู่ภาคเหนืออากาศยิ่งเย็นสบายเลย



 




วัยเด็กของแป้งเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด เคยได้ยินประโยคนี้ไหมคะ “เป็นเด็ก เจ็บที่สุดก็แค่หกล้ม” เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แป้งจะไม่รู้สึกทุกข์หรือร้องไห้เลย มีแต่เวลาที่หกล้มเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเป็นหลานผู้หญิงคนเดียวด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ทุกคนในบ้านเลยใส่ใจเป็นพิเศษ ถูกตามใจตั้งแต่เด็ก เว้นแต่แม่คนเดียว แม่เป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลมากถึงมากที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ แม่ไม่เคยตามใจ แต่แม่ใส่ใจ เราต้องแยกแยะให้ถูกนะคะ ใส่ใจกับตามใจความหมายไม่เหมือนกัน แม่บอกเสมอว่าการที่แม่ไม่ตามใจแป้ง เพราะอยากให้แป้งเป็นคนมีเหตุผล รู้จักคิด รู้จักรอ ฝึกความอดทน แม่จะใช้วิธีนี้ในการสอนแป้งเสมอ




แป้งเติบโตมาได้เพราะครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อม สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่หล่อหลอมให้เป็นแป้งในปัจจุบันได้ หลายสิ่งหลายอย่างสอนให้แป้งค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ แต่มั่นคง แม่พูดกับแป้งเสมอว่า “คนเราต้องฟังหลายๆ เสียง อย่าฟังเพียงเสียงของตัวเอง การฟังแต่เสียงตัวเองเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะเราไม่มีคำแนะนำที่ดี เมื่อไหร่ก็ตามที่เรากระโดดพลาด ตอนเท้าตกย่ำพื้นข้อเท้าเราก็จะพลิก แล้วเราก็จะเจ็บ” ความเจ็บปวดที่แม่พูดถึงคงหมายถึงปัญหาในการดำเนินชีวิต ถามว่าตอนนี้แป้งพอเข้าใจบ้างหรือยัง ตอบได้เลยค่ะว่าพอเข้าใจบ้าง แต่ก็ยังไม่มากพอ ยังต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอีกมาก เพื่อให้สามารถก้าวเดินได้เร็วขึ้นด้วยตัวเอง




การศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาตัวเราค่ะ แม่ให้แป้งมาเรียนโรงเรียนในตัวเมืองตั้งแต่เด็กๆ เพราะบ้านอยู่อำเภอรอบนอก แม่อยากให้เราได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มที่ พอจบระดับประถมศึกษาก็สอบเรียนชั้นมัธยมได้ที่โรงเรียนประจำจังหวัดค่ะ ตอนสอบติดทุกคนดูแปลกใจ คิดว่าล้อเล่นหรือเปล่า เพราะใครๆ ก็มักจะบอกว่าสอบเข้ายากมากเลยนะโรงเรียนนี้ แป้งไม่ได้มองว่าเขาดูถูกเราหรอกนะคะ แต่มองในมุมที่ว่า เขาไม่รู้จักเราดีพอ

ทุกคนที่ผ่านการเรียนชั้นมัธยมมาคงทราบดีว่าช่วงม.6เป็นอะไรที่วุ่นวายมากในชีวิตช่วงนั้น ทั้งเรียนหนักขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้นเพื่อเตรียมตัวสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัย เรียนพิเศษเพิ่มเติม สารพัดวิธีจะเพิ่มความรู้และรอยหยักในสมอง บ่อยครั้งที่เหนื่อยและท้อมาก แม่จะคอยให้กำลังใจ และบอกให้อดทนเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้




สำหรับแป้งแล้วทุกอย่างที่เราได้ตั้งใจทำแล้วส่งผลออกมาในด้านที่ดี ถือว่าคุ้มค่าแล้วกับความเหนื่อย วันประกาศผลสอบแล้วมีชื่อเราอยู่ในรายชื่อผู้สอบผ่าน มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายจริงๆ ค่ะ หายเหนื่อย ดีใจจนร้องไห้ เหมือนยกภูเขาความเครียดและความกดดันก้อนมหึมาออกไปให้พ้นจากความรู้สึกของเรา และที่สำคัญทำให้แม่ภูมิใจในตัวเราด้วยนะคะ











การมาเรียน มศว คือจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่และครั้งแรกของชีวิตเลยค่ะ แป้งต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่จะมีแม่คอยดูแลอยู่เสมอ เป็นการเปิดมุมมองของตัวเอง ได้พบเจออะไรใหม่ๆ เพื่อนใหม่ สังคมที่ใหญ่แล้วกว้างมากขึ้น การดำเนินชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมาก ช่วงแรกๆ ก็ลำบากนะคะ แต่พอนานๆ ไปก็ชิน และเริ่มเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างได้ด้วยตัวเอง การใช้ชีวิตที่ต้องหัดพึ่งพาตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ว่าเราต้องรู้จักอดทน ปัญหามีไว้เพื่อทดสอบตัวเราเอง ถ้าผ่านมันไปได้ เราก็จะโตขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง



เรียนจบแล้วแป้งอยากจะทำอะไร? คำถามฮอตฮิตตลอดกาลที่ไม่ว่าจะเจอญาติผู้ใหญ่ท่านไหนก็ต้องถาม อนาคตก็คืออนาคตค่ะ วันนี้ ตอนนี้ ทำตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ถึงเวลาเราจะได้คำตอบเองว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป เพราะไม่มีใครรู้จักตัวเราได้ดีเท่าตัวเราเอง..






 
"การบอกเล่าเรื่องราวในชีวิต
เท่ากับเป็นการบอกถึงตัวตน
เราดำเนินชีวิตแบบไหน
เติบโตมาอย่างไร
เราก็จะเป็นคนแบบนั้น"
  
..แล้วพบกันใหม่
ในบทความต่อไปนะคะ
 แป้ง - จิรนันท์ โพธิพฤกษ์ :)