8/11/56

เติบโตและก้าวเดิน

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านบล็อกนี้
จะด้วยความตั้งใจหรือความบังเอิญก็แล้วแต่
ซึ่งเมื่อเราได้พบกันแล้ว เราก็ต้องมาทำความรู้จักกันนะคะ :D





..เด็กผู้หญิงธรรมดา.. 



เด็กน้อยคนนี้คือใครกันหนอ.. เดาไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะ นี่คือ "แป้ง" เองคะ 
ใครๆ ก็มักจะบอกว่าตอนเด็กแป้งเป็นเด็กอารมณ์ดี ยิ้มง่าย หัวเราะง่าย

เด็กต่างจังหวัดที่บังเอิญสอบติดมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ บ้านอยู่ที่ลำพูนค่ะ การใช้ชีวิตที่บ้านนั้นแสนจะเรียบง่าย ต่างจังหวัดไม่มีอะไรเยอะแยะให้วุ่นวายใจเหมือนเมืองใหญ่ๆ แบบกรุงเทพฯ รถไม่ติด อากาศไม่ร้อน ฝุ่นน้อย สภาพแวดล้อมรอบตัวก็ดี ยิ่งอยู่ภาคเหนืออากาศยิ่งเย็นสบายเลย



 




วัยเด็กของแป้งเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่สุด เคยได้ยินประโยคนี้ไหมคะ “เป็นเด็ก เจ็บที่สุดก็แค่หกล้ม” เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แป้งจะไม่รู้สึกทุกข์หรือร้องไห้เลย มีแต่เวลาที่หกล้มเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะเป็นหลานผู้หญิงคนเดียวด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ ทุกคนในบ้านเลยใส่ใจเป็นพิเศษ ถูกตามใจตั้งแต่เด็ก เว้นแต่แม่คนเดียว แม่เป็นผู้หญิงที่มีเหตุผลมากถึงมากที่สุดคนหนึ่งเลยค่ะ แม่ไม่เคยตามใจ แต่แม่ใส่ใจ เราต้องแยกแยะให้ถูกนะคะ ใส่ใจกับตามใจความหมายไม่เหมือนกัน แม่บอกเสมอว่าการที่แม่ไม่ตามใจแป้ง เพราะอยากให้แป้งเป็นคนมีเหตุผล รู้จักคิด รู้จักรอ ฝึกความอดทน แม่จะใช้วิธีนี้ในการสอนแป้งเสมอ




แป้งเติบโตมาได้เพราะครอบครัว เพื่อน สภาพแวดล้อม สังคม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่หล่อหลอมให้เป็นแป้งในปัจจุบันได้ หลายสิ่งหลายอย่างสอนให้แป้งค่อยๆ เติบโตอย่างช้าๆ แต่มั่นคง แม่พูดกับแป้งเสมอว่า “คนเราต้องฟังหลายๆ เสียง อย่าฟังเพียงเสียงของตัวเอง การฟังแต่เสียงตัวเองเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด เพราะเราไม่มีคำแนะนำที่ดี เมื่อไหร่ก็ตามที่เรากระโดดพลาด ตอนเท้าตกย่ำพื้นข้อเท้าเราก็จะพลิก แล้วเราก็จะเจ็บ” ความเจ็บปวดที่แม่พูดถึงคงหมายถึงปัญหาในการดำเนินชีวิต ถามว่าตอนนี้แป้งพอเข้าใจบ้างหรือยัง ตอบได้เลยค่ะว่าพอเข้าใจบ้าง แต่ก็ยังไม่มากพอ ยังต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตอีกมาก เพื่อให้สามารถก้าวเดินได้เร็วขึ้นด้วยตัวเอง




การศึกษาเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยพัฒนาตัวเราค่ะ แม่ให้แป้งมาเรียนโรงเรียนในตัวเมืองตั้งแต่เด็กๆ เพราะบ้านอยู่อำเภอรอบนอก แม่อยากให้เราได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มที่ พอจบระดับประถมศึกษาก็สอบเรียนชั้นมัธยมได้ที่โรงเรียนประจำจังหวัดค่ะ ตอนสอบติดทุกคนดูแปลกใจ คิดว่าล้อเล่นหรือเปล่า เพราะใครๆ ก็มักจะบอกว่าสอบเข้ายากมากเลยนะโรงเรียนนี้ แป้งไม่ได้มองว่าเขาดูถูกเราหรอกนะคะ แต่มองในมุมที่ว่า เขาไม่รู้จักเราดีพอ

ทุกคนที่ผ่านการเรียนชั้นมัธยมมาคงทราบดีว่าช่วงม.6เป็นอะไรที่วุ่นวายมากในชีวิตช่วงนั้น ทั้งเรียนหนักขึ้น อ่านหนังสือมากขึ้นเพื่อเตรียมตัวสอบเรียนต่อในมหาวิทยาลัย เรียนพิเศษเพิ่มเติม สารพัดวิธีจะเพิ่มความรู้และรอยหยักในสมอง บ่อยครั้งที่เหนื่อยและท้อมาก แม่จะคอยให้กำลังใจ และบอกให้อดทนเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้




สำหรับแป้งแล้วทุกอย่างที่เราได้ตั้งใจทำแล้วส่งผลออกมาในด้านที่ดี ถือว่าคุ้มค่าแล้วกับความเหนื่อย วันประกาศผลสอบแล้วมีชื่อเราอยู่ในรายชื่อผู้สอบผ่าน มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายจริงๆ ค่ะ หายเหนื่อย ดีใจจนร้องไห้ เหมือนยกภูเขาความเครียดและความกดดันก้อนมหึมาออกไปให้พ้นจากความรู้สึกของเรา และที่สำคัญทำให้แม่ภูมิใจในตัวเราด้วยนะคะ











การมาเรียน มศว คือจุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่และครั้งแรกของชีวิตเลยค่ะ แป้งต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตคนเดียว ซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่จะมีแม่คอยดูแลอยู่เสมอ เป็นการเปิดมุมมองของตัวเอง ได้พบเจออะไรใหม่ๆ เพื่อนใหม่ สังคมที่ใหญ่แล้วกว้างมากขึ้น การดำเนินชีวิตเปลี่ยนไปอย่างมาก ช่วงแรกๆ ก็ลำบากนะคะ แต่พอนานๆ ไปก็ชิน และเริ่มเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างได้ด้วยตัวเอง การใช้ชีวิตที่ต้องหัดพึ่งพาตัวเองไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแต่ว่าเราต้องรู้จักอดทน ปัญหามีไว้เพื่อทดสอบตัวเราเอง ถ้าผ่านมันไปได้ เราก็จะโตขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง



เรียนจบแล้วแป้งอยากจะทำอะไร? คำถามฮอตฮิตตลอดกาลที่ไม่ว่าจะเจอญาติผู้ใหญ่ท่านไหนก็ต้องถาม อนาคตก็คืออนาคตค่ะ วันนี้ ตอนนี้ ทำตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ถึงเวลาเราจะได้คำตอบเองว่าเราควรจะทำอะไรต่อไป เพราะไม่มีใครรู้จักตัวเราได้ดีเท่าตัวเราเอง..






 
"การบอกเล่าเรื่องราวในชีวิต
เท่ากับเป็นการบอกถึงตัวตน
เราดำเนินชีวิตแบบไหน
เติบโตมาอย่างไร
เราก็จะเป็นคนแบบนั้น"
  
..แล้วพบกันใหม่
ในบทความต่อไปนะคะ
 แป้ง - จิรนันท์ โพธิพฤกษ์ :)

1 ความคิดเห็น:

  1. อยากเห็นหน้าเด็กน้อยคนนี้ในปัจจุบันด้วยว่าจะหน้าตาเป็นยังไงน้อ

    ตอบลบ